2005/Oct/04

~* พระพิฆเณศวร *~
เทพผู้ทรงองค์ความรู้ทั้งมวล


 


โอมนะโม พระคะเณศายะ
นะโมนะมะ คันธะมาละ
สิทธาหะนัม กะพะมะนะ
สัมมาอะระหัง วันทามิ
สัมมาอะระหัง วันทามิ
สัมมาอะระหัง วันทามิ


( คำสวดบูชาพระคเณศ ในบริเวณวิทยาลัยนาฎศิลป )



 

 

ขอพรพระพิฆเณศ



(คาดว่านำภาพมาจาก วัดวิษณุ)

โอม คะชานะนัม กูตะคะณาธฺเสวิตัมกะปิตะถะซัมพูผะละ
จารุภักษะณัม อุมาสุตัม โศกะวินาศศะการะกัม
นะมามิวิฆเนศวะระปาทะปังกะซัม






พระพิฆเณศวร : KANESH



บุคคลผู้ใดยึดมั่นศรัทธาในองค์พระศรีคเณศ
น้อมจิตนมัสการต่อพระองค์ท่านว่า


โอม ศรี คเณ ศายะนะมะฮะ

ท่านย่อมได้รับการคุ้มครอง
และได้รับพระพรอันเป็นมหามงคล
ก่อให้เกิดความสำเร็จในกิจการต่าง ๆ
ที่ปรารถนาทุกประการ เทอญฯ


มนต์บูชาอารตี : KANESH



Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Mata jaki Parvati, pita Mahadeva...
Mata jaki Parvati, pita Mahadeva...

Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Mata jaki Parvati, pita Mahadeva...
Mata jaki Parvati, pita Mahadeva...


Ek dant dayavant, char bhuja dhari
Ek dant dayavant, char bhuja dhari
Mathe para tilak sohe, muse ki savari
Mathe para tilak sohe, muse ki savari

Ek dant dayavant, char bhuja dhari
Ek dant dayavant, char bhuja dhari
Mathe para tilak sohe, muse ki savari
Mathe para tilak sohe, muse ki savari

Pan chadhe, phul chadhe, aura chadhe meva
Pan chadhe, phul chadhe, aura chadhe meva
Ladduan ka bhog lage, sant kare seva.
Ladduan ka bhog lage, sant kare seva.


Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Mata jaki Parvati, pita Mahadeva...
Mata jaki Parvati, pita Mahadeva...


Andhan ko ankh det, kodhin ko kaya
Andhan ko ankh det, kodhin ko kaya
Banjhan ko putra det, nirdhan ko maya
Banjhan ko putra det, nirdhan ko maya

Andhan ko ankh det, kodhin ko kaya
Andhan ko ankh det, kodhin ko kaya
Banjhan ko putra det, nirdhan ko maya
Banjhan ko putra det, nirdhan ko maya


Surya shaam sharan aye, safal kije seva.
Surya shaam sharan aye, safal kije seva.
Mata jaki Parvati, Pita Mahadeva...
Mata jaki Parvati, Pita Mahadeva...


Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Mata jaki Parvati, Pita Mahadeva...

Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Mata jaki Parvati, Pita Mahadeva...

Jai Ganesh, jai Ganesh, jai Ganesh deva,
Mata jaki Parvati, Pita Mahadeva...
Mata jaki Parvati, Pita Mahadeva...
Mata jaki Parvati, Pita Mahadeva...


 


จำเป็นต้องสมัคร hi5 หรือ imeem

เพลงบุชาอารตี องค์พระพิฆเณศ

 

พระประวัติ


          พระคเณศมีลักษณะปรากฎโดยทั่วไปคือ พระวรกายเป็นมนุษย์อ้วนเตี้ย พระอุทรพลุ้ย พระกรรณยาน พระเศียรเป็นช้างงาเดียว สีกายแดง มีสี่กร ถือบาศ และขอ บางแห่งว่าถือวัชระ จักร สังข์ คฑา ดอกบัว ทรงหนูเป็นพาหนะ

ตำราทางอินเดีย

          พระคเณศทรงเป็นพระโอรสของพระศิวะ (พระอิศวร) กับพระนางอุมา (พระนางปารวตี) ผู้นับถือศาสนาฮินดูเชื่อว่า พระคเณศ เกิดจากเหงื่อไคลของพระนางอุมา ทรงนำมาปั้นเป็นหนุ่มรูปงามให้ทำหน้าที่เฝ้ารักษาทวารที่ประทับ และทรงกำชับว่ามิให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้ามา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่พระนางสรงน้ำ วันหนึ่งพระศิวะเสด็จมา พระคเณศไม่ยอมให้เข้าในที่ประทับ จึงเกิดการต่อสู้กับพวกเทพบริวารซึ่งแพ้พระคเณศหมด พระวิษณุจึงต้องใช้อุบายล่อลวงจึงตัดเศียรพระคเณศได้ พระอุมาพิโรธมากเมื่อทรงทราบเรื่อง พระฤาษีนารทต้องมาไกล่เกลี่ย เพื่อให้พระคเณศฟื้นคืนชีวิตอีกครั้งหนึ่ง การทำให้พระคเณศฟื้นและศีรษะต่อติด จะต้องนำศีรษะของสิ่งมีชีวิตสิ่งแรกที่หาเจอ และจะต้องหันศีรษะไปทางทิศตะวันตก ดังนั้นพระนางจึงให้นำศีรษะของช้างซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตสิ่งแรกที่พบมาต่อเศียร จากนั้นพระศิวะจึงประสาทพรให้มีอำนาจเหนือ เทพบริวารของพระองค์

ตำราทางไทย

          ส่วนคนไทยเชื่อว่า พระคเณศคือพระขันธกุมาร พระองค์ทรงได้รับเทวบัญชาให้ไปปราบช้างน้ำชื่อ อสุรภังคี แต่จะต้องเข้าพิธีโสกันต์ก่อน ในวันพิธีมีการอัญเชิญพระพรหม และพระนารายณ์มาเจริญพระเกศา แต่พระนารายณ์บังเอิญบรรทมหลับสนิท พระอินทร์ต้องทรงปลุกด้วยเสียงมหาสังข์ พระนารายณ์ทรงทราบความได้พลั้งพระโอษฐ์ว่า ลูกหัวหาย จะนอนหลับให้สบายก็ไม่ได้ ทำให้เศียรของพระกุมารหลุดหายไป พระอิศวรจึงให้พระวิษณุกรรมไปยังโลกมนุษย์เพื่อตัดหัวคนที่ใกล้จะมรณะมาต่อให้ แต่ไม่มีเลย พบแต่ช้างที่นอนหันหัวไปทางทิศตะวันตก จึงตัดเอาหัวช้างมาต่อให้พระขันธกุมาร

ตำราที่นิยมที่สุดคือ

          ในบรรดาเทพเทวดาที่พวกพราหมณ์นับถือนั้น นอกจากจะมีจอมเทพคือ พระอิศวร พระนารายณ์ พระพรหมและเหล่าทวยเทพทั่ว ๆ ไปแล้ว ยังมีเทพซึ่งมีรูปลักษณะแปลกอีกองค์หนึ่งคือมีกายเป็นมนุษย์ แต่มีเศียรเป็นช้าง เทพองค์นี้มีนามว่า พระพิฆเณศ

          กำเนิดที่มาของเทพองค์นี้ มีเล่าไว้มากมายหลายตำนาน และมีตำนานหนึ่งได้เล่าไว้ว่า ครั้งหนึ่งขณะพระอุมาชายาของพระอิศวรสรงน้ำอยู่ในสระภายในวิมานอยู่นั้น พระนางได้ขัดถูผิวและนำไคลที่หลุดจากผิวหนังนั้นมาปั้นเป็นรูป พร้อมเนรมิตรูปปั้นนั้นให้กลายเป็นเทพหนุ่มหน้าตางดงาม เนื่องด้วยเทพองค์นั้นกำเนิดจากไคลซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย พระนางจึงรับเทพองค์นั้นเป็นโอรส และตั้งชื่อให้ว่า พระพิฆเณศ โดยมอบหมายหน้าที่ให้คอยเฝ้าประตูวิมานอย่างกวดขัน ห้ามมิให้ผู้ใดที่ไม่ได้รับอนุญาตจากพระนางล่วงล้ำเข้ามาเป็นอันขาด

          ขณะนั้นพระอิศวรมีพระประสงค์จะพบพระอุมาผู้เป็นชายา จึงเสด็จมาและจะเข้าไปพบพระนาง แต่พระพิฆเณศรักษาคำสั่งของพระมารดาโดยเคร่งครัดมิยอมให้พระอิศวรเข้าไป พระอิศวรทรงกริ้วจึงสั่งให้เหล่าภูติผีซึ่งเป็นบริวารเข้าไปสังหารพระพิฆเณศ แต่เหล่าภูติผีกลับเป็นฝ่ายปราชัยถูกขับไล่หนีไป เหล่าเทพเทวดาเห็นดังนั้นก็โกรธแค้นแทนพระอิศวรผู้เป็นจอมเทพของตน พากันรวบรวมกำลังเข้าสู้รบกับพระพิฆเณศ แต่ก็หาเอาชนะได้ไม่

          พระอุมาทรงทราบว่าเหล่าเทพมารุมทำร้ายพระโอรสก็เนรมิตเทพนารีสองนางมาช่วย ทั้งสองนางใช้อิทธิฤทธิ์ดึงดูดศาสตราวุธของเหล่าเทพให้ลอยพุ่งมาที่ร่างนางเสียเองไม่มีศาสตราวุธของเทพองค์ใดจะผ่านไปต้องพระพิฆเณศได้ เหล่าเทพเห็นว่าไม่มีทางจะเอาชนะได้จึงใช้อุบายของสงบศึก เทพนารีทั้งสองเห็นว่าศึกสงบลงแล้วก็กลับไปเฝ้าพระอุมา พระอิศวรจึงถึงโอกาสนั้นพุ่งตรีศูล (สามง่าม) ไปตัดเศียรของพระพิฆเณศขาดหายไปทันที

          ครั้นพระอุมาทราบว่าพระพิฆเณศถูกสังหารก็กริ้วยิ่งนักเนรมิตเทพนารีขึ้นมาใหม่อีกหนึ่งพันองค์ ยกไปต่อสู้กับพระอิศวรและเหล่าเทพเป็นการแก้แค้น จนสวรรค์สะเทือนเลื่อนลั่น

          เหล่าบรรดาฤาษีเห็นว่าหากปล่อยให้สู้กันต่อไปเห็นทีว่าเหล่าเทพต้องเพลี่ยงพล้ำต่อฤทธิ์ของพระอุมาเป็นแน่ จึงพากันไปวิงวอนขอให้เลิกรบรากัน พระอุมารับปากว่าจะสงบศึกแน่นอนหากพระพิฆเณศฟื้นคืนชีพขึ้นมา พระอิศวรนั้นไม่ต้องการสู้รบกับชายาจึงรีบสั้งให้เหล่าเทพเทวาเดินทางไปยังทิศเหนือ เมื่อพบสิ่งมีชีวิตที่นอนหันศรีษะไปทางทิศตะวันตกก็ให้ตัดศรีษะมา เพื่อจะนำไปต่อแทนเศียรพระพิฆเณศที่ขาดหายไป

          เทวดาพากันไปค้นหาตามคำสั่ง และพบช้างตัวหนึ่งนอนหลับหันหัวไปทางทิศตะวันตก จึงตัดหัวช้างนั้นไปถวาย พระอิศวรนำไปต่อกับร่างพระพิฆเณศกลับฟื้นคืนชีวิตขึ้นมา

          พระอุมาเห็นพระพิฆเณศฟื้นคืนชีวิตก็ดีพระทัย แม้ว่าจะมีเศียรเป็นช้างก็ตาม พระนางจึงสงบศึกและนำพระพิฆเณศไปขอขมาต่อพระอิศวรผู้เป็นดุจบิดา และขมาต่อเหล่าเทพที่ได้กระทำการล่วงเกิน

          พระศิวะและเหล่าเทพไม่ถือโกรธ มอบให้พระพิฆเณศเป็นจอมเทพปกครองเหล่ามาร และยกย่องให้เป็นเทพแห่งศิลปต่าง ๆ ทั้งยังเป็นเทพแห่งอุปสรรคอีกด้วยสามารถบันดาลให้เกิดหรือรอดพ้นจากอุปสรรคได้ ผู้ที่จะประกอบกิจการใด ๆ จึงมันจะทำการบูชาพระพิฆเณศก่อนเสมอ

 

พระพิฆเณศพุงแตก

          พระพิฆเณศนั้นโปรดเสวยขนมต้มมากจึงมีรูปร่างอ้วนลงพุง และก็ค่อนข้างแปลกตรงที่ว่าเป็นช้างตัวใหญ่ แต่ทรงหนูเป็นพาหนะ

          โดยครั้งหนึ่งพระองค์เสวยขนมต้มที่คนนำมาบูชาเข้าไปเป็นจำนวนมาก และขี่หนูเพื่อจะกลับไปยังวิมาน แต่จู่ ๆ ก็มีงูยักษ์ตัวหนึ่งเลื้อยผ่านมาทำให้หนูสะดุ้งตกใจ พระพิฆเณศซึ่งประทับอยู่บนหลังหนู ก็เสียหลักตกลงมากระแทกพื้นจนท้องแตก ขนมต้มที่เสวยเข้าไป ก็ทะลักออกมาเกลื่อนกลาด พระพิฆเณศจึงเก็บขนมต้ม เหล่านั้นยัดใส่เข้าไปในท้องตามเดิม และจับงูใหญ่ตัวต้นเหตุนั้นมารัดพุงเอาไว้ไม่ให้ขนมต้มทะลักออกมา รูปพระพิฆเณศจึงมักจะมีงูเป็นสายสังวาลย์ (แทนรัดพุง)

          พระจันทร์และเห็นเหตุการณ์นี้โดยตลอด และอดขบขันไม่ได้ จึงส่งเสียงหัวเราะลั่น พระพิฆเณศได้ฟังก็พิโรธยิ่งนักที่พระจันทร์บังอาจมาหัวเราะเยาะ จึงถอดงาขว้างไปถูกพระจันทร์อย่างแรงจนรัศมีที่เจิดจ้าดับลง ราตรีก็พลันมืดมิดสนิทลงด้วยไร้แสงจันทร์ยามค่ำคืน เทวดาทั้งหลายกลัวโลกเดือนร้อน จึงพากันกล่าวประณามพระจันทร์และชวนกันไปอ้อนวอนต่อพระพิฆเณศ พระองค์จึงคลายความโกรธลดโทษให้พระจันทร์ไม่ต้องไร้แสงตลอดกาล แต่จะมีกำหนดที่แสงเกิดความเสื่อมสว่างมากสว่างน้อย ทำให้เกิดข้างขึ้น ข้างแรมดังที่เป็นทุกวันนี้

          เมื่อเอ่ยถึงเทพเจ้าที่มีหัวเป็นช้าง คนทั่วไปก็จะหมายไปถึงพระพิฆเณศ แต่ตำนานกล่าวไว้ว่าเทพที่เป็นช้างนั้นไม่ใช่มีแต่พระพิฆเณศเท่านั้น แต่ยังมีเทพอีกองค์ซึ๋งมีเศียรเป็นช้างเช่นกันนามว่า พระโกญจนาเนศวร (โกน-จะ-นา-เน-สวน) มีรูปร่างคล้ายคลึงกับพระพิฆเณศมาก แต่ที่มือนั้นจะมีช้างตระกูลต่าง ๆ อุบัติขึ้นมา ด้วยเหตุนี้พระองค์จึงได้รับการยกย่องให้เป็นเทพเจ้าแห่งช้าง เป็นที่เคารพบูชาของควาญช้างและผู้ทำพิธีเกี่ยวกับช้างยิ่งนัก และจะนำรูปของพระองค์มาร่วมในพิธีด้วยเสมอ

 

 



พระนามของพระพิฆเณศ


          พระนามของพระคเณศมีจำนวนมาก บางพระนามแสดงกำเนิด บางพระนามแสดงลักษณะประจำพระองค์ บางพระนามแสดงสถานะ หน้าที่ของพระองค์ เชื่อกันว่าผู้ใดสามารถสวดท่องพระนามสำคัญของพระองค์ หรือท่องนามพระองค์ได้ ๑๐๘ พระนามจะเกิดความเป็นศิริมงคล ทำการใดก็จะสำเร็จ รอดพ้นจากอุปสรรคข้อขัดข้องทั้งมวล พระนามของพระคเณศ ได้แก่

หมวด ก.

  • - กปิล หมายความว่า ผู้มีรัศมีสีน้ำเงิน และสีเหลือง


หมวด ค.

  • - คชครณก หมายความว่า ผู้เสมือนช้าง
  • - คชมุข หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
  • - คชวัทน หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
  • - คชานน หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
  • - คณกรีฑา หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
  • - คณนาถ หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
  • - คณนายก หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
  • - คณบดี หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
  • - คณปติ หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ พระนามนี้พระศิวะประทาน โดยทรงมอบให้เป็นใหญ่เหนือบรรดาคณะบริวารของพระศิวะ
  • - คณปุคว หมายความว่า เหมือนผู้นำฝูงโค คือเป็นหัวหน้าคณะบริวารพระศิวะ
  • - คณาธยช หมายความว่า ผู้เยี่ยมยอด หรือผู้สูงสุดแห่งหมู่คณะ
  • - คเณศวร์ หมายความว่า ผู้ยิ่งใหญ่ในคณะเทพ
  • - คเนศ หมายความว่า ผู้ยิ่งใหญ่ในคณะเทพ
  • - คริมุข หมายความว่า ผู้มีหน้าเป็นช้าง
  • - คุหาครช หมายความว่า ผู้เป็นพี่ชายของพระขันธกุมาร


หมวด ท.

  • - ทวิเทหก หมายความว่า ผู้มีร่างกายสองส่วน
  • - ทไวมตุระ หมายความว่า ผู้มีมารดาสององค์คือ พระอุมา และแม่ช้าง


หมวด ธ.

  • - ธูมรวรรณ หมายความว่า ผู้มีผิวกายเหมือนเมฆ หรือควัน
  • - ธูมราภ หมายความว่า ผู้มีผิวดำแดง
  • - ธูมรเกตุ หมายความว่า ธงประจำพระองค์มีสีเหมือนเมฆ หรือควัน


หมวด พ.

  • - พิฆเณศ หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
  • - พิฆเณศวร หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
  • - พิลไลยาร์ หมายความว่า โอรสแห่งเทพ และชนกชนนีแห่งจักรวาลคือพระศิวะ และพระอุมา


หมวด ภ.

  • - ภาละจันทร หมายความว่า หน้าผากมีพระจันทร์เหมือนอาภรณ์


หมวด ม.

  • - มโหทร หมายความว่า ผู้มีท้องใหญ่
  • - มุสิกอาสน์ หมายความว่า ขี่หนู


หมวด ร.

  • - รักตตุณฑะ หมายความว่า ผู้มีงวงแดง


หมวด ล.

  • - ลัมหกรรณ หมายความว่า ผู้มีหูยาน ผู้มีหูใหญ่
  • - ลัมโพทร หมายความว่า ผู้ท้องพลุ้ย
  • - ลัมโพทะ หมายความว่า ผู้มีท้องพลุ้ย


หมวด ว.

  • - วักรตุณฑะ หมายความว่า ผู้มีงวงคดโค้ง
  • - วิกฏ หมายความว่า ผู้ที่ดีที่สุด
  • - วิกัฏ หมายความว่า ผู้พิการ
  • - วิฆนนายก หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
  • - วิฆนนาศกะ หมายความว่า ผู้ขจัดอุปสรรค ผู้ปัดเป่าความขัดข้อง
  • - วิฆนนาศน์ หมายความว่า ผู้ขจัดอุปสรรค ผู้ปัดเป่าความขัดข้อง
  • - วิฆนบดี หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
  • - วิฆนานตกะ หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
  • - วิฆนายกะ หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
  • - วิฆนราช หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค
  • - วิฆนหารี หมายความว่า ผู้ขจัดอุปสรรค ผู้ปัดเป่าความขัดข้อง
  • - วิฆเนศ หมายความว่า ผู้เป็นใหญ่แห่งอุปสรรค<