2006/May/09

วันวิสาขบูชา ตรงกับวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ หรือราวเดือนพฤษภาคม แต่หากตรงกับปีอธิกมาส คือ มีเดือน ๘ สองหน วันวิสาขบูชาจะเลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๗ หรือราวเดือนมิถุนายน

วิสาขบูชา ย่อมาจากคำว่า วิสาขปุรณมีบูชา แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือนวิสาขะ (คือเดือน ๖) ซึ่งมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ๓ ประการ ในวันวิสาขบูชา ดังนี้

๑. เป็นวันประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ตรงกับวันศุกร์ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ ปี เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระสวามี ให้แปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นพระนครเดิมของพระนาง เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ครั้นพระกุมารประสูติได้ ๕ วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า "สิทธัตถะ" ซึ่งต่อมาพระองค์ได้ออกบวช จนบรรลุอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ (ญาณอันประเสริฐสูงสุด) สำเร็จเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า จึงถือว่าวันนี้เป็นวันประสูติของพระพุทธเจ้า

๒. เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ อนุตตรสัมโพธิญาณ ณ ร่มพระศรีมหาโพธิบัลลังก์ ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๔๕ ปี

การตรัสอริยสัจสี่ คือของจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ของพระพุทธเจ้า เป็นการตรัสรู้อันยอดเยี่ยม ไม่มีผู้เสมอเหมือน วันตรัสของพระพุทธเจ้า จึงจัดเป็นวันสำคัญ เพราะเป็นวันที่ให้เกิดมีพระพุทธเจ้าขึ้นในโลกชาวพุทธทั่วไป จึงเรียกวันวิสาขบูชาว่า วันพระพุทธ(เจ้า) อันมีประวัติว่า พระมหาบุรุษทรงบำเพ็ญเพียรต่อไป ที่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์นั้น ทรงเริ่มบำเพ็ญสมาธิให้เกิดในพระทัย เรียกว่าการเข้า "ฌาน" เพื่อให้บรรลุ "ญาณ" จนเวลาผ่านไปจนถึง ...

ยามต้น : ทรงบรรลุ "ปุพเพนิวาสานุติญาณ"
คือทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่น

ยามสอง : ทรงบรรลุ "จุตูปปาตญาณ"
คือการรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย

ยามสาม : ทรงบรรลุ "อาสวักขญาณ"
คือรู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจสี่ ( ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค )

ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน ๖ ซึ่งขณะนั้น พระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ ๓๕ พรรษา

ธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ อริยสัจ ๔ หรือ ความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการ ได้แก่

๑. ทุกข์ คือ ความลำบาก ความไม่สบายกายไม่สบายใจ
๒. สมุทัย คือ เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์
๓. นิโรธ คือ ความดับทุกข์ และ
๔. มรรค คือ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับแห่งทุกข์

ทั้ง ๔ ข้อนี้ถือเป็นสัจธรรม เรียกว่า อริยสัจ เพราะเป็นสิ่งที่พระอริยเจ้าทรงค้นพบ เป็นสัจธรรมชั้นสูง ประเสริฐกว่าสัจธรรมสามัญทั่วไป

๓. เป็นวันปรินิพพานของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ณ ร่มไม้รัง (ต้นสาละ) คู่ ในสาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ ใกล้เมืองกุสินารา เมื่อวันเพ็ญเดือน ๖ ก่อนพุทธศักราช ๑ ปี วันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป) การปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ก็ถือเป็นวันสำคัญของชาวพุทธทั่วโลกเพราะชาวพุทธทั่วโลกได้สูญเสียดวงประทีปของโลก เป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และครั้งสำคัญชาวพุทธทั่วไปมีความเศร้าสลดเสียใจและอาลัยสุดจะพรรณนา อันมีประวัติว่า

เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมมาเป็นเวลานานถึง ๔๕ ปี ซึ่งมีพระชนมายุได้ ๘๐ พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน ๖ พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวาย ก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน

ในราตรีนั้น ได้มีปริพาชกผู้หนึ่ง ชื่อสุภัททะขอเข้าเฝ้า และได้อุปสมบทเป็นพระพุทธสาวกองค์สุดท้าย เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด" หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน ๖ นั้น

วันวิสาขบูชา จึงนับว่าเป็นวันที่มีความสำคัญสำหรับพุทธศาสนิกชนทุกคน เป็นวันที่มีการทำพิธีพุทธบูชา เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระคุณของพระองค์ ที่มีต่อปวงมนุษย์และสรรพสัตว์อันหาที่สุดมิได้

การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา จุดมุ่งหมายในการประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา เพื่อรำลึกถึงพระวิสุทธิคุณพระปัญญาคุณ และพระมหากรุณาธิคุณ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่มีต่อมวลมนุษย์และสรรพสัตว์ อีกทั้งเพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์อันน่าอัศจรรย์ทั้ง ๓ ประการ ที่มาบังเกิดในวันเดียวกัน และนำหลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธองค์มาเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติ

พุทธกิจ ๕ ประการ

๑. ตอนเช้า เสด็จออกบิณฑบาตโปรดสัตว์ คือเสด็จไปโปรดจริง เพราะทรงพิจารณาเห็นตอนจวนสว่างแล้ว ว่าวันนี้มีใครบ้างที่ควรไปโปรดทรงสนทนา หรือแสดงธรรมให้ละความเห็นผิดบ้าง เป็นต้น
๒. ตอนบ่าย ทรงแสดงธรรมเทศนาแก่ประชาชนที่มาเฝ้า ณ ที่ประทับ ซึ่งปรากฏว่าไม่วาพระองค์จะประทับอยู่ที่ใด ประชาชนทุกหมู่ทุกเหล่าตลอดถึง ผู้ปกครอง นครแคว้นจะชวนกันมาเฝ้าเพื่อสดับตับพระธรรมเทศนาทุกวันมิได้ขาด
๓. ตอนเย็น ทรงเเสดงโอวาทแก่ภิกษุสงฆ์ทั้งมวลที่อยู่ประจำ ณ สถานที่นั้นบางวันก็มีภิกษุจากที่อื่นมาสมทบด้วยเป็นจำนวนมาก
๔. ตอนเที่ยงคืน ทรงแก้ปัญหาหรือตอบปัญหาเทวดา หมายถึง เทพพวกต่างๆ หรือกษัตริย์ซึ่งเป็นสมมติเทพ ผู้สงสัยในปัญญาและปัญหาธรรม
๕. ตอนเช้ามืด จนสว่าง ทรงพิจารณาสัตว์โลกที่มีอุปนิสัยที่พระองค์จะเสด็จไปโปรดได้ แล้วเสด็จไปโปรดโดยการไปบิณฑบาตดังกล่าวแล้วในข้อ ๑

โดยนัยดังกล่าวมานี้พระพุทธองค์ทรงมีเวลาว่าอยู่เพียงเล็กน้อยตอนเช้าหลังเสวยอาหารเช้าแล้ว แต่ก็เป็นเวลาที่ต้องทรงต้อนรับอาคันตุกะ ผู้มาเยือนอยู่เนืองๆ เสวยน้อย บรรทมน้อย แต่ทรงบำเพ็ญพุทธกิจมาก ตลอดเวลา ๔๕ พรรษานั้นเอง ประชาชนชาวโลกระลึกถึงพระคุณของพระองค์ดังกล่าวมาโดยย่อนี้ จึงถือเอาวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน ของพระองค์เป็นวันสำคัญ จัดพิธีวิสาขบูชาขึ้นในทุกประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา

ธรรมเนียมการปฏิบัติในวันวิสาขบูชา

เมื่อวันวิสาขบูชาเวียนมาถึงในรอบปี พุทธศาสนาชนไม่ว่าจะเป็นบรรพชิต (พระสงฆ์ สามเณร) หรือ ฆราวาส (ผู้ครองเรือน) ทั่วไป จะร่วมกันประกอบพิธีเป็นการพิเศษทำการสักการบูชาเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณา พระปัญญาคุณ และพระวิสุทธิคุณ ของพระพุทธเจ้าผู้เป็นดวงประทีปโลก เมื่อวันวิสาขบูชา ซึ่งตรงในวันเดียวกัน ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งหนึ่งในรอบปี คือ เวียนมาบรรจบในวันเพ็ญวิสาขบูชา กลางเดือน ๖ ประมาณเดือนพฤษภาคม หรือมิถุนายนของไทยเรา ชาวพุทธทั่วโลกจึงประกอบพิธีสักการบูชา การประกอบพิธีในวันวิสาขบูชา แบ่งออกเป็น ๓ พิธี คือ

๑.พิธีหลวง (พระราชพิธี)
๒.พิธีราษฎร์ (พิธีของประชาชนทั่วไป)
๓.พิธีของพระสงฆ์ (คือพิธีที่พระสงฆ์ประกอบศาสนกิจเนื่องในวันสำคัญวันนี้)

การประกอบพิธีและบทสวดมนต์ในวันวิสาขบูชา

ปฏิบัติเช่นเดียวกับการประกอบพิธีในวันมาฆบูชา

๑. ทำบุญใส่บาตร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศล
๒. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา
๓. ไปเวียนเทียน ร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญทางพุทธศาสนา
๔. จัดแสดงนิทรรศการ ประวัติ หรือเรื่องราวความเป็นมาเกี่ยวกับวันวิสาขบูชา
๕. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน วัดและสถานที่ราชการ

อ้างอิง

ประเพณี พิธีมงคล และวันสำคัญของไทย. กรุงเทพฯ : ชมรมเด็ก, 2539.
ประเพณีและพิธีมงคลไทย. กรุงเทพฯ : ธรรมบรรณาคาร, 2518.

+ CRADIT FROM +

:: TEXT ::
++ http://www.banfun.com/buddha/visaka.html++

::PICTURE ::
++
http://www.thaitv3.com/buddhist_life/visaka.html++

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
อยากให้เยาวชนไทยได้รู้ในเรื่องที่เป็นวันสำคัญของศาสนาพุทธด้วย ก็เลยนำมาลงนะครับ มาอ่านกันเยอะ ๆ นะ แล้วก็ไปทำบุญ อย่ามัวแต่ดูรูปโป๊ หนังโป๊ แชทกันอย่างเดียวนะครับ มาดูของจริง ๆ แบบนี้บ้าง ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

ผมเองก็ได้ไถ่โทษโดยการทำให้คนอื่นได้อ่านแบบนี้แหละ เอิ๊ก ๆ ๆ

ไปหล่ะครับ จุ๊บ ๆ รักคนอ่านทุกคน

อ๊ะ ๆ ๆ อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์นะครับ ไปหล่ะครับ
#1  by  webmaster@mahathep.com At 2006-05-09 11:02, 
มีตำนานเทพกรีก บ้างไหม
#2  by  PerspectivE At 2006-05-10 15:39, 
ปัญหาของการทำเว็บแบบนี้คือ

จะไม่มีคนเข้ามาอ่าน ... มันน่าน้อยใจนัก

เฮ้ออออออออออออออออออออออออ

ทำเองอ่านเองก็ได้ ฟระ

ถอดใจแย้ววววว
#3  by  webmaster@mahathep.com At 2006-05-12 04:26, 
อืม.... สนุกดีนะคะ ได้ความรู้ด้วย แหมอยากให้ mahathep เป็นคุณครูจังเลย จาได้สอนเรา
#4  by  K At 2006-05-13 23:52, 
- -*

เ ก่ ง จั ง

เ ร า ยั ง ไ ม่ รู้ เ ร ย

>O<*
#5  by  E dokz' At 2006-05-14 04:37, 
ได้ความรู้เยอะแยะเลย...ขอบคุณมากค่ะ
#6  by  Boonnada At 2006-05-14 22:23, 
#7  by  กิ๊บ ป .6 (203.151.140.121 /203.113.46.4) At 2006-06-02 11:45, 
#8  by  กิ๊บ ป .6 (203.151.140.121 /203.113.46.4) At 2006-06-02 11:46, 
#9  by  แพรว (203.151.140.121 /203.113.46.4) At 2006-06-02 11:48, 
ยังมีคนอ่านนะครับ และยังไง ถ้าสนใจพลังจิต นี่บล็อกผม อัพเดือนละครั้ง 555http://tantricjin.exteen.com
#10  by  temujin At 2006-06-19 21:39, 
[eอิอิอิ13]
#11  by   (203.113.17.173) At 2007-05-18 17:38, 
เราอยากเก่งจัง
#12  by   (203.113.17.173) At 2007-05-18 17:39, 
#13  by  246 (203.113.70.75) At 2007-05-21 18:48, 
#14  by   (125.24.78.26) At 2007-05-24 18:54, 
หวัดดีพวก
#15  by  ฌอม (203.151.38.71) At 2007-05-25 11:00, 


เอิ้กๆ
#16  by  หมา (203.151.38.71) At 2007-05-25 11:01, 
#17  by  000.0. (203.172.167.130 /192.168.212.194) At 2007-05-25 15:12, 
#18  by   (125.27.76.91) At 2007-05-28 15:20, 
ดีค่ะสนุกดีค่ะ hotmail
#19  by  แทน (125.27.76.91) At 2007-05-28 15:23, 
#20  by   (125.27.76.91) At 2007-05-28 15:24, 
อยากให้เยาวชนหันมาสนใจพระพุทธศาสนา
#21  by  นายสถาพร (203.172.201.1 /10.251.137.226) At 2007-05-29 11:39, 
วัยรุ่น ไม่ ควร ทำราย ศาส นา
#22  by  นายภูมิ (203.172.201.1 /10.251.137.226) At 2007-05-29 11:44, 
อยากให้มี ประชาชนสืบทอดประวัติของพระพุทธเจ้าสืบต่อไป
#23  by  นาย สถาพร ตันรินทร์ (203.172.201.1 /10.251.137.226) At 2007-05-29 11:44, 
วัยรุ่น ไม่ ควร ทำราย ศาส นา
#24  by  นายภูมิ (203.172.201.1 /10.251.137.226) At 2007-05-29 11:47, 
อยากให้ทุกคน
#25  by  นาย สแม ( ทัด ) (203.172.201.1 /10.251.137.226) At 2007-05-29 11:47, 
วัยรุ่นไม่ควรทำลายสนาและไม่ทำให้สนา
เสียไปโดยพวกวัยรุ่นอีกต่อไป
#26  by  นาย เชษฐา ขุนพิลึก (203.172.201.1 /10.251.137.226) At 2007-05-29 11:47, 
อยาก ให้ เยาวชน รักษา ศาสนา
#27  by   (203.172.201.1 /10.251.137.226) At 2007-05-29 11:50, 
#28  by   (203.113.17.175) At 2007-05-30 10:54, 
#29  by   (203.113.17.175) At 2007-05-30 10:54, 
เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ได้ทำการบ้านแล้ว
#30  by  น้องเบส (124.157.180.248) At 2007-05-31 21:46, 
#31  by  ใวใสมส (203.113.17.172) At 2007-06-04 17:18, 
#32  by  เดาทาส (203.113.17.172) At 2007-06-04 17:19, 
เย่ทำรายงานเสร็จแล้ว
#33  by  กาย (61.19.73.52) At 2007-07-17 10:19, 
#34  by  ่กาญ (125.24.218.134) At 2007-07-23 10:02, 
#35  by   (61.7.252.138 /172.16.215.125) At 2007-07-23 12:30, 
ผมอยากได้ข้อมูลมากกว่านี้อะครับ
#36  by  ด.ช.วีรพงษ์ เจริญพงษ์ (125.27.105.98) At 2007-09-11 12:08, 
[b][be]
#37  by  ปาล์ม (203.113.16.30 /192.168.1.205) At 2007-09-12 12:48, 
เป็นสิ่งที่ดีถือว่าเป็นการเผยแพร่สาสนาอีกทางเพื่อให้คนไทยได้ตระหนักและเห็นถึงความสำคัญของพุทธศาสนา
#38  by  kim mona (118.172.29.145) At 2008-02-26 20:05, 
#39  by   (118.173.10.58) At 2008-05-18 21:29, 
ดีค่ะลูก คุณแม่ก็เพิ่งเข้ามาทำดีมากมายอย่าเพื่งท้อแท้ซิ สังคมจะดีเพราะมีคนดีนะคนดีของคุณแม่ ว่าที่มหาบัณฑิตคนเก่ง เคยอยากจะเป็นคุณครูไม่ใช่หรือ น้องๆอยากให้สอนฮาๆๆๆๆๆๆๆ คุณแม่ไปวัดขุนสงฆ์มาวันวิสาขะด้วยไปถือศัลมา3วัน มังสะด้วย เป็นค่ายเก่าสงบมากสวยงามมากหมายอยู่ที่สิงห์บุรี มีทั้งพระและเทพเทวา ชอบมากๆได้เวียนเทียนเป็นครั้งแรกรอบโบสถ์ชอบมาก ได้ปลักกลดด้วย สวดมนต์แปลไพเราะมากมาย ตัดกรรมด้วย บวงสรวงเทพเทวาด้วย น่าศรัทธามากมาย ใครว่าเจ้าอาวาสมาที่โชคชัย4 ซ.63เดือนละ1 เชิญ มาสวดมนต์แปลกันได้นะลูกๆหลานๆๆ รับประกัน big smile
#40  by  แม่จอย (58.8.92.126) At 2008-05-20 15:36, 
ขอบคุณครับquestion
#41  by  jom At 2009-05-27 21:17, 

<< Home


มหาเทพ เทวาพิทักษ์
View full profile