2006/Jul/30

~* มหาสตรี สาวิตรี *~




คำกล่าวของชาวฮินดูที่ว่า พลังรักของสตรีนั้น เกินจะกล่าวได้ น่าจะเปรียบได้กับรักของสาวิตรี มหาสตรีที่ทุกคนยังกล่าวสรรเสริญถึงความรักและการเสียสละเพื่อสามีของตนเอง แม้แต่คัมภีร์พระเวทย์ยังกล่าวถึงนาง

สาวิตรีนั้นเป็นบุตรของมหาราชอัชวาปตี มหารานีมัลวี ซึ่งมหาราชอัชวาปตีนั้น ไม่มีบุตรชายเลย จึงได้ทำพิธีภาวนาต่อพระแม่มาเตสวาตี (พระแม่กายาตรี) มาถึง 16 ปี จนพระแม่มาประทานพรให้ แต่เนื่องจากในโชคชะตาของมหาราชนั้น ไม่ได้มีพรของบุตรชายเลย พระแม่จึงได้มอบบุตรสาวที่เก่งกาจสามารถ มีสติปัญญา และรูปโฉมอันงดงามให้ เทวฤษีนารัทมุนีได้ตั้งชื่อให้เด็กน้อยว่า สาวิตรี สาวิตรีเป็นคนที่ฉลาดและงดงามมาก จนไม่มีชายใดกล้ามาสู่ขอ มหาราชอัชวาปตีจึงได้มอบหมายให้นางออกหาสามีเอง

สาวิตรีได้เดินทางไปหลายเมืองจนมาถึงเมืองของมหาราชจันทราเซน มาดันราชกุมารของมหาราชนั้นเป็นคนที่เลวร้ายมาก มักมากในกามคุณและไม่ให้เกียรติสตรีเลย เขาได้เข้ามาเพื่อที่หมายจะย่ำยี แต่สาวิตรีได้หลอกมาดันแล้วทำพิธีผูกรัคชิด เพื่อให้มาดันกลายเป็นพี่ชายของตน มาดันได้กล่าวคำอาฆาตกับสาวิตรีไว้ สาวิตรีจึงหมดหวังที่จะหาสามีตามที่พ่อและแม่ได้มอบหมายไว้ นางจึงออกเดินเพื่อหย่อนอารมณ์ พลันก็ได้ยินเสียงตัดไม้ นางจึงแอบเข้าไปดูก็พบกับชายรูปงามกำลังต่อเถียงกับนางยักษ์ที่เข้ามาพัวพัน โดยที่นางยักษ์กล่าวชักชวนให้ชายผู้นั้นมาร่วมหลับนอนด้วย ชายคนนั้นจึงกล่าวกับนางยักษ์ว่า ความอายเป็นคุณสมบัติของสตรี หญิงใดที่ไม่มีคุณสมบัตินี้ก็สมควรที่จะตายไป นางยักษ์จึงกลับไปด้วยความผิดหวัง แต่คำนี้เองที่ทำให้สาวิตรีหลงใหล

ในขณะที่นางซุ่มอยู่ในพุ่มไม้นั้นพลันก็ปรากฏเสือตัวใหญ่ไล่กวดนาง ชายหนุ่มจึงได้เข้ามาช่วยนางโดยที่ขว้างขวานเข้าที่คอเสือ และในขณะเดียวกัน มาดันก็เข้ามาแล้วยิงธนูเข้าที่หลังเสือ เมื่อชายหนุ่มเข้ามาหาสาวิตรี มาดันก็ได้เข้ามากล่าวคำหยาบช้าต่อสาวิตรี ชายหนุ่มจึงได้เข้าต่อสู้เพื่อปกป้องสาวิตรีไว้ สาวิตรีตกหลุมรักชายหนุ่มมากขึ้น มหามนตรีสุเกรชีเข้ามาหลังจากที่เขาได้ไล่มาดันไปแล้ว เขาแนะนำตัวเองว่า ชื่อสัตตีอาวาร เป็นบุตรของอดีตมหาราชจันทราเซนซึ่งตาบอด มหามนตรีสุเกรชีจึงได้เข้าไปสู่ขอสัตตีอาวารกับอดีตมหาราช แต่มหาราชไม่ยอมรับในเรื่องนี้ สาวิตรีจึงได้เข้าไปกล่าวกับอดีตมหาราชเอง ทำให้ทั้งมหาราชและมเหสียินยอม

ในขณะที่งานมงคลจะเกิดขึ้นนั้น นารัทมุนีก็ได้เดินทางมาเพื่ออวยพร แต่ระหว่างทางได้พบกับพระยมราช พระยมราชจึงได้แจ้งว่า สัตตีอาวารนั้นเหลืออีกเพียง 1 ปี เมื่อสาวิตรีรู้ข่าวจากพระฤษีนั้น นางก็มั่นคงในคำพูดจึงได้เข้าพิธีสมรสกับสัตตีอาวาร โดยที่ไม่ฟังคำค้านจากบิดามารดาเลย นางได้เข้าไปภาวนาต่อพระแม่มาเตสวตี พระแม่มาเตสวตีจึงได้แนะนำนางให้ถือศีลอดอาหารอย่างเคร่งครัดในสามวันก่อนครบกำหนดและในวันที่สี่ให้ภาวนา เพื่อขอพรพระเจ้าให้กับสัตตีอาวาร นางจึงทำตามจนครบกำหนดโดยที่หน้าที่ปรนิบัตพ่อแม่และสามีไม่บกพร่องเลย และในสี่วันสุดท้ายนั้น นางได้เริ่มถือศีลอาคานโซบาวาตี และในขณะที่นางถือศีลอยู่นั้น ยมราชได้มาก่อกวนนางทุกทางแต่ไม่สำเร็จ และในวันที่สี่นั้น นั้นนางไม่ยอมทานอาหารเลย จนถึงเวลาที่สัตตีอาวารจะต้องถูกนำวิญญาณไป นางจึงได้เฝ้าอยู่กับสามี แต่แล้วยมราชได้ใช้อุบายพรากวิญญาณสามีของนางไปจนได้

นางจึงได้ออกติดตามไปจนถึงแม่น้ำเวตาล ยมราชได้บอกว่า นางข้ามไม่ได้เพราะภพหน้าคือภพของคนตาย สาวิตรีจึงขอพรจากพระแม่กามเทนุให้พาข้ามไป

ยมราชเห็นความตั้งใจของนางจึงได้กล่าวเตือนอีกครั้งเพราะข้างหน้าคือเทวโลก ที่ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถเข้าไปได้ ยมราชจึงต่อรองกับสาวิตรี ว่าเจ้าขอพรได้ 1 ข้อ เว้นแต่ชีวิตของสามี นางจึงขอให้ดวงตาของพ่อและแม่สามีมองเห็นได้อีกครั้ง ยมราชจึงได้ให้พรดังนั้นแล้วเดินทางต่อไป พระแม่กาลีจึงได้ให้ตรีศูลพาข้ามไป

ยมราชเห็นดังนั้น จึงได้บอกกับสาวิตรีว่า ข้างหน้าเป็นโลกสวรรค์ ซึ่งจะไปได้เฉพาะเทวดาเท่านั้นแต่สาวิตรีไม่ยอม ยมราชจึงต่อรองกับสาวิตรี ว่าเจ้าขอพรได้ 1 ข้อ เว้นแต่ชีวิตของสามี สาวิตรีจึงขอบันลังของพ่อแม่สามีคืน ยมราชให้พรแล้วเดินทางต่อพระแม่ลักษมีจึงได้ให้ดอกบัวพาสาวิตรีข้ามโลกสวรรค์ไป

และเมื่อยมราชเห็นดังนั้นจึงได้บอกสาวิตรีว่า ข้างหน้าเป็นป่าสวรรค์และเป็นวรรณะโลกที่ผู้คนบูชาที่ซึ่งแม้แต่เทวดาถ้าไม่ได้รับอนุญาตก็เข้าไปไม่ได้ แต่สาวิตรีไม่ยอมยมราชจึงต่อรองกับสาวิตรี ว่าเจ้าขอพรได้ 1 ข้อ เว้นแต่ชีวิตของสามี นางจึงขอให้พ่อและแม่ที่ไม่มีลูกชายเลยของนางมีลูก 100 คนเพื่อความรุ่งเรือง ยมราชให้พรแล้วเดินทางต่อไป พระแม่สุรัสวตีจึงได้มองหงส์ของพระแม่ให้พาสาวิตรีไป

เมื่อถึงยมโลก ยมราชได้บอกกับสาวิตรีว่า ที่นี่คือยมโลก ไม่มีใครเข้าไปได้นอกจากยมราชจะอนุญาต แต่สาวิตรีไม่ยอมฟังได้เดินตามยมราชเข้าไป ยมราชจึงหันมาบอกกับสาวิตรีว่าลูกรักอย่าได้ดื้อไปเลยกลับไปเถอะ สาวิตรีบอกว่าเมื่อท่านเรียกข้าว่าลูกท่านก็เหมือนพ่อ แล้วพ่อจะไม่ให้ลูกเข้าบ้านหรือ ยมราชจึงต่อรองกับสาวิตรี ว่าเจ้าขอพรได้ 1 ข้อ เว้นแต่ชีวิตของสามี แล้วกลับไป สาวิตรีจึงขอมีบุตรถึง 100 คน ยมราชได้ให้พรดังที่ขอ แต่สาวิตรีไม่ยอมกลับ ยมราชจึงหันมาดุสาวิตรี



นารัทมุนีจึงเข้ามาบอกว่า ท่านให้พรได้แต่ไม่เข้าใจในคำพรที่ให้เลย นางที่ซื่อตรงกับสามีจะมีบุตรได้อย่างไรถ้าไม่มีสามี ถ้าท่านจะให้พรสำเร็จไปก็ต้องคืนวิญญาณสามีให้ ยมราชจึงยอมปล่อยวิญญาณไป นางได้ตามวิญญาณสามีกลับมา เหล่าเทวะและฤาษีได้เข้ามาแสดงความยินดีและคำนับนางด้วยความเคารพและยกย่องนางว่าเป็นมหาสตรี

Comment

Comment:

Tweet


#86 by (101.108.5.185|101.108.5.185) At 2015-07-30 10:38,
สุดยอด สาวิตรีฉลาดจิงๆ
#85 by สาวิตรี (115.67.192.55) At 2012-04-16 07:28,
หนูก็มีองศ์พระเเม่อุมาสาวิตตรี น่าจะมีรูปภาพพระเเม่ด้วยopen-mounthed smile
#84 by คน (223.205.78.4) At 2011-07-02 13:05,
#83 by สาวิตรี (202.29.9.45) At 2011-02-12 11:22,
สุดยอดค่ะเราก็ชื่อสาวิตรีเหมือนกันนะ
#82 by สาวิตรี (203.114.105.43) At 2011-02-09 14:18,
I have been visiting various blogs for my research paper help assignment. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information... Regards
#81 by research papers help (182.178.74.75) At 2010-10-06 17:21,
#80 by (203.154.112.147) At 2010-08-31 12:49,
<a href="http://crxagunlpvwfvko.com">prpsqhragkqtxmh</a> http://cppxltigkhhmhmr.com [url=http://ljkugtapsyzyhvn.com]mkezavvruywtwif[/url]
#79 by flwxncisrm (94.102.52.87) At 2010-06-14 09:52,
ว้าว ได้ความรู้เยอะเลยค่ะ big smile
* แปะ Hot!
#78 by PPCO At 2010-02-16 19:09,
หนูชอบพระแม่นางสุรัสวตี
#77 by น้อง ฝน