พระแม่ทุรคามหาเทวี
มหาเทวีแห่งเทวาทั้งหลาย
โอม เจ ฮรีม ครีม ทูม ทุรคา ชัย นะมะฮะ
พระแม่ทุรคา หรือที่ชาวฮินดูเรียกไปต่างๆ นาๆ เช่น ดุรกา ดุกา ดูลาคา นั้น หาได้มีกำเนิดเหมือนเหล่าเทพเทวีองค์อื่นๆ ไม่ หากแต่การกำเนิดมาของพระนางนั้นได้รวมไว้ซึ่งอำนาจบารมีของเทวาทั้งหลายเพื่อกำจัดอสูรร้ายตนหนึ่ง พระแม่มีเทวลักษณะที่งดงามหมดจด หลายท่านคิดว่าพระแม่คือพระองค์เดียวกับพระแม่อุมาเทวี แต่ในความจริงแล้วนั้นพระแม่คือมหาเทวี คือเป็นเทวีทั้งสามองค์ที่แบ่งภาคมานั่นเอง ดังจะเล่าในความเป็นมาดังนี้
อสูรรัมภะนั้น ไม่มีบุตรเลยเช่นเดียวกับพี่ชายคือ อสูรกะรัมภะ ทั้งสองจึงเดินทางไปยังแม่น้ำปัญจนัท เพื่อบำเพ็ญตบะแต่อสูรกะรัมภะบำเพ็ญตบะในน้ำ ส่วนรัมภะบำเพ็ญบนบก พระอินทร์เห็นว่าจะเป็นภัยใหญ่ในอนาคต ดังนั้นจึงแปลงกายเป็นจระเข้ใหญ่ ไปกัดอสูรกะรัมภะตาย ฝ่ายอสูรผู้น้องเห็นดังนั้นก็รู้สึกโกรธแค้นจึงตั้งใจถวายศีรษะแก่พระเพลิง แต่พระเพลิงห้ามไว้และให้พร อสูรจึงขอพรว่าขอให้มีลูกชายคนหนึ่ง ที่มีชีวิตเป็นอมตะ เก่งกาจกล้าหาญยิ่งใหญ่ในสามโลก หลังได้คำพรจึงเดินทางกลับระหว่างทางได้พบควายเพศเมียเข้าจึงได้ไปสมสู่ด้วย และนำนางควายกลับเมืองบาดาลต่อไประหว่างทางรัมภะถูกควายตัวผู้ที่พิสมัยในนางควายขวิดตาย เหล่าอสูรจึงสังหารควายผู้ตัวนั้นและนำศพรัมภะมาทำพิธีศพ ระหว่างพิธีเผาศพ นางควายรู้สึกเศร้าใจจึงกระโดดลงกองไฟตายตามไป แต่หลังไฟมอดลง ก็ได้มีทารกนอนอยู่บนกองขี้เถ้านั้น ทารกนี้เป็นบุตรของรัมภะกับนางควาย และมีชื่อต่อมาว่า มหิษาสูร หรือ มหิษะ
ต่อมามหิษะได้ทำสมาธิระลึกถึงพระพรหมอยู่ 10,000 ปี พระพรหมพอใจมากและได้ให้พรว่า มหิษาสูรจะเป็นอมตะ ไม่ว่าเทพเจ้า มนุษย์ อสูรเพศชาย ก็มิอาจสังหารได้ แต่ผู้ที่จะฆ่าได้คือหญิงสาวที่ไม่ได้เกิดอย่างธรรมชาติ เป็นหนึ่งในอำนาจทั้งหมดของจักรวาลจึงสังหารได้ เมื่อมหิษาได้รับพรดังนี้แล้ว จึงได้กลับเมืองไปจัดตั้งกองทัพเพื่อแก้แค้นแทนลุงของตนและขยายอำนาจของตนออกไป เหล่าเทวดาก็ออกมาต่อสู้ต่อกรกับมหิษะ แต่ด้วยอำนาจพรของพระพรหมจึงทำให้ไม่ได้รับอันตรายแต่อย่างใด จนเหล่าเทวดาเข้าขอคำปรึกษากับเหล่ามหาเทพทั้งหลายเพื่อให้ยุติในความชั่วร้ายเหล่านี้ พระพรหมจึงได้บอกว่าเราได้ให้พรแก่มหิษะว่ามหิษาสูรจะเป็นอมตะ ไม่ว่าเทพเจ้า มนุษย์ อสูรเพศชาย ก็มิอาจสังหารได้ แต่ผู้ที่จะฆ่าได้คือหญิงสาวที่ไม่ได้เกิดอย่างธรรมชาติ เป็นหนึ่งในอำนาจทั้งหมดของจักรวาลจึงสังหารได้
พระศิวะเจ้าจึงทรงดำริที่จะรวมอำนาจของเทวะสร้างเทพสตรีออกมาเพื่อปราบมาร และด้วยอำนาจของเหล่าเทพทั้งหลายจึงก่อให้เกิดหญิงที่งดงามที่สุดในสามโลกขึ้นมา นางมีดวงตากลมดำสนิท ปากแดงได้รูป โครงหน้าสวยงาม ผมดำสนิท ซึ่งเกิดจากอำนาจนิรมิตของเหล่าเทพเช่นผมที่ดำสนิทมาจากแม่อุมาเทวี ปากแดงได้มาจากพระสกัณฑะ เป็นต้น เหล่าเทวะได้ขนานนามแม่ว่า อัมพิกาเมื่อเทวีและอาวุธรวมทั้งอำนาจบริวารพร้อมแล้ว จึงได้ส่งฑูตไปห้ามหิษะ เพื่อตักเตือนและให้ยอมรับในอำนาจของพระนาง และขอขมาต่อเหล่าเทพทั้งหลาย แต่มหิษะกลับหัวเราะเยาะว่าพระแม่เป็นเพียงสตรี แต่กลับจะมาท้าต่อยตีกับชายอย่างตนเอง จึงได้ยกกองทัพออกประจันหน้ากับพระแม่ แต่แล้วมหิษะได้หลงตะลึงในความงามของพระแม่ ถึงกับออกปากเกี้ยวพาราศีเจ้าแม่
พระแม่พยายามเลี่ยงด้วยเมตตา แต่มหิษะกลับไม่จนใจจึงหมายจะเข้าปลุกปล้ำ พระแม่จึงได้ทรงเนรมิตกายให้มีสิบกร(บางตำราว่าแปดกร)แล้วเข้าต่อสู้ มหิษะก็หัวเราะเพราะลึมในคำพรของพระพรหมพระแม่จึงทรงขว้างเสียด้วยตะลุมพุก แต่มหิษะโดนเพียงเล็กน้อย จึงได้แปลงกายเป็นกระบือตามเหล่าเดิม แล้วหนีไปพระแม่จึงออกติดตาม สิงโตพาหนะของพระแม่ได้บุกไปขย้ำตัวมหิษะไว้ พระแม่จึงได้เสด็จเข้ามาจัดการด้วยการแทงตรีศูลย์ลงไปอีกครั้ง จึงได้สิ้นฤทธิ์ของอสูรกระบือมหิษาสูรตนนี้ เหล่าเทพจึงได้สรรเสริญพระแม่ว่าเป็นพระแม่มหิงษา ซึ่งหมายถึงผู้ปราบอสูรมหิงษาสูร พระแม่ไม่ได้สมรสเป็นชายาของใคร แต่ได้เสด็จเร้นกายเข้าไปบำเพ็ญบารมีของตนเอง ได้ยุ่งเกี่ยวกับผู้ใด พระแม่จึงได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้บริสุทธิ์(พรหมจารีย์) และพระแม่ยังได้รับการขนานนามอีกว่า ทุรคา แปลว่าผู้เข้าถึงได้ยาก
พระนามอื่นๆของพระแม่ทุรคา
อัมเบ
อัมบากี
จักกะดัมเบ
จันดีกา
จามุนดี
ชินนามัสตา
ธาษะบูชา
เทวีมหามายา
ทุรคาเทวี
ทุรคาวิจายา
จากัดฮาตรี
จากัดเคารี
จาตาวีดาศิ
กาลีมา
กาลราตรี
กาปาลินี
การาลี
มาริสาสุรมานี
มุกตะกีศิ
ศิมหาวาหินี
ธารา
วินดายาวาสินี
มาเคารี
สัตวันตี
มหาโยคีนีมาตา
สาวิตรี
สุเคศวรมาตา
อิศกีชายา
กาดหายานี
มหาศิวานี
บาวานี
อันนาปูรา
มันสา
สิทธิมาตา
สุพัตรา ฯลฯ
จำเป็นต้องสมัคร hi5 หรือ imeem ถึงจะสามารถฟังเพลงได้
แหล่งที่มา : น้องพี
เรียบเรียง : เว็บมาสเตอร์
ว๊าว ติดดาวแดงไปเลย