2009/Aug/26

พระแม่ลักษมีเทวี
เทวีแห่งความเพียบพร้อมสมบูรณ์
ทุกสรรพสิ่งใน 3 โลก

 

“โอม คัง คณปตเย นมหะ
ศรี ลักษมีเดวี นมหะ
โอม นโม เดวี มหาเดวี”
“บูชาองค์พระคเณศก่อนทุกครั้งเพื่อความสำเร็จ”

                                   “จากสาครผุดขึ้น         ที่เจ็ด
                            คือดอกกมลบาน          แจ่มจ้า
                            มีเทวีเสด็จ                 กลางดอก
                            งามประเสริฐเลิศหล้า    แหล่งสาม
                            มีนามปรากฏก้อง         พระศรี
                            ศุภลักษณ์ใดปาน         เปรียบได้
                            งามยิ่งสุรนารี              มวลหมด
                            จินตกวีไร้                   พจน์ชม”

ที่มา : โคลงดั้น ; ลิลิตนารายณ์สิบปาง ; พระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าฯ

          พระแม่ลักษมีเทวี (Lakshmi  Devi) ซึ่งในที่นี้ ข้าพเจ้าขอยกย่องสรรเสริญพระแม่ลักษมีเทวี เป็น "พระแม่มหาลักษมี มหาเทวี" (MahaLakshmi Mahadevi) ซึ่งแปลว่า พระแม่ลักษมีผู้ยิ่งใหญ่ เป็นเทวีผู้ยิ่งใหญ่แห่งพระนารายณ์ครับ พระนางเป็นมหาเทวีของชาวฮินดู พระนางเป็นพลังศักติของพระนารายณ์มหาเทพ และพระนางทรงบารมีในด้านทรัพย์สินและความเจริญต่าง ๆ รูปเคารพของพระนางนั้นนอกจากจะพบในศาสนาฮินดูแล้ว ยังพบในศาสนสถานของศาสนาอื่น ๆ เช่น ศาสนาเชน และ ศาสนาพุทธ ในบางสถานที่อีกด้วย และในนิยายปรัมปราของกรีก ได้กล่าวถึง เทพีอโฟรไดร์ฟ หรือ เทพีอโฟรดิตี้ ซึ่งพระนางได้ถือกำเนิดจากมหาสมุทรเหมือนกัน และ ยังเป็นเทพีแห่งความสวยงามเหมือนกันอีกด้วย ซึ่งนักวิชาการทางด้านศาสนาก็ยังหาข้อสรุปนี้ไม่ได้ ว่าหลักการและเหตุผลต่าง ๆ ที่สอดคล้องกัน จะเป็นตำนานและเรื่องราวที่เป็นเรื่องเดียวกันหรือไม่ ต้องรอคอยหาคำตอบกันต่อไป

          พระแม่ลักษมีเทวีนั้นเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "Lakshmi" ซึ่งในภาษาสันสกฤตมาจากรากศัพท์ว่า " laks" มีความหมายคือ การสังเกตหรือเฝ้าสังเกต และยังมีลักษณะเป็นคำพ้องกับคำว่า " laksya" ซึ่งมีความหมายว่า ตั้งเป้าหมายหรือจุดประสงค์  เมื่อกล่าวถึงชื่อลักษมี ทุกคนจะรู้จักในนามของ พระแม่มหาลักษมี มหาเทวี เป็นเทวีที่ประทานพระพรให้มนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับบรรลุผลในจุดประสงค์ต่าง ๆ รวมถึงความเจริญต่าง ๆ ในชีวิตมนุษย์

 

ตำนานการจุติของพระแม่ลักษมีเทวี

ตำนานจาก รามายณะปุราณะ

          พระแม่มหาลักษมี มหาเทวีนั้น แรกเริ่มของเรื่องราวโดยย่อตอนหนึ่งว่า พระอินทร์ทรงช้างไอราพรตเสด็จท่องไปในนภาเวหา ได้พบพระมุนีทุรวาส พระมุนีได้ถวายมาลัยที่ทำด้วยดอกไม้จากสวรรค์ให้พระอินทร์ ซึ่งพระมุนีทุรวาสได้รับการถวายจากนางฟ้าที่สวยที่สุดในเมืองสวรรค์ ชื่อ เมนุกา เมื่อได้รับแล้วก็นำไปวางไว้บนกระพองของช้างทรง ซึ่งเมื่อช้างทรง ได้สูดกลิ่นหอมของดอกไม้ ก็บังเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ยกงวงขึ้นไปหยิบพวงมาลัยแล้วขว้างลงตรงหน้า กระทืบจนมาลัยแหลกไปในพริบตา ฝ่ายมุนีก็ถึงกับโมโห ด้วยความเข้าใจผิด ถือว่าดูถูกกัน ให้กับมือแต่กลับให้ช้างมากระทืบเล่น เลยสาปให้พระอินทร์สิ้นฤทธิ์ พระอินทร์ได้ขอร้องให้มุนีถอนคำสาปเพราะพระองค์ไม่ได้เป็นคนสั่งให้ช้างทรงกระทืบดอกไม้ มุนีท่านก็ไม่สนใจด้วยอารมณ์โมโห หลังจากสิ้นฤทธิ์ก็ได้หาวิธีแก้ไข ได้ไปขอความช่วยเหลือจากพระพรหม ท่านก็ช่วยไม่ได้ ท่านแนะนำให้ไปหาพระนารายณ์ เมื่อไปถึงพระนารายณ์ทรงแนะนำวิธีถอนคำสาปให้ คือ ให้ไปหลอกพวกอสูรมาช่วยกันกวนน้ำอมฤตเพื่อดื่มแล้วจะได้เป็นอมตะ นี่เองเป็นที่มาของ พระแม่มหาลักษมี มหาเทวีได้จุติจากพลังศักติของ มหาเทวีศักติ (พระมารดาแห่งจักรวาล) ถือกำเนิดในช่วงการกวนน้ำอมฤต โดยผุดออกมาจากฟองของน้ำมหาสมุทร ซึ่งในการกวนนี้ได้ของวิเศษขึ้นมา  14 อย่างด้วยกัน หนึ่งในนั้นลำดับที่ 7 ก็คือ พระลักษมี หรือ พระศรี นั่นเอง พระนางกำเนิดจากดอกบัว เสด็จออกมาจากกลางดอกบัว พระนางทรงมีพระวรกายสีทองเปล่งปลั่ง ทรงประทับนั่งบนดอกบัวบานสีชมพูซึ่งมีความสวยงามและได้เป็นเทพีแห่งความสวยงาม (เหมือนเทพีอโฟร์ไดร์ฟ ในนิยายเทพกรีก)

ตำนานจาก คัมภีร์ภควัตปุราณะ

          ตำนานคล้ายคลึงกับตำนานอื่น เพียงแต่ ตำนานนี้ พญานาคที่เป็นเชือก ชื่อว่า วาสุกรีนาคราช หัวนาคมีอสูรฉุด 92 ตน นำทัพโดยทศกัณฐ์ หางนาคมีเทวดา 88 องค์ รั้งท้ายโดย พญาสุครีพ ด้านล่างมีเต่ายักษ์หนุนเขาอยู่ ซึ่งเป็นอวตารของพระวิษณุเรียก “กูมาวตาร” ที่เป็นปางนี้เพราะว่า มีอสูรมัจฉามาแทะแผ่นดินเพื่อเปิดทางให้น้ำอมฤตไหลเข้าสู่โลกมนุษย์ ดังนั้นพระวิษณุจึงอวตารเป็น กูมาวตาร อวตารเป็นเต่ายักษ์เพื่อปราบอสูรมัจฉา และไปหนุนภูเขามันทระไม่ให้ทะลุลงมาบนโลกมนุษย์ เรื่องราวนี้ได้สิ่งวิเศษมาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าต้นเรื่องตำนานไม่เหมือนกันครับ สำหรับตำนานนี้ เหมือนจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระรามและทศกัณฐ์มากกว่าครับ

ตำนานจาก คัมภีร์วิษณุปุราณะ

          คัมภีร์วิษณะปุราณะ นี้ แบ่งเป็น 2 ตำนาน ตำนานแรกนี้ฉีกแนวออกไป คือ พระแม่ลักษมีไม่ได้มีพระประสูติกาลจากพิธีกวนน้ำอมฤตนี้ แต่พระองค์ทรงประสูติจาก พระบิดา พระนามว่า พระฤาษีภฤคุ กับ พระมารดา พระนามว่า นางขยาติ พระนางได้เข้าเฝ้าถวายตัวกับพระวิษณุนารายณ์ และพระนางได้ถูกเษกสมรสขึ้นเป็น มหาเทวี แห่งพระวิษณุนารายณ์ และพระแม่ลักษมีนั้น ยังทรงเป็นพระมารดาของพระกามเทพอีกด้วย ส่วนในตำนานที่สอง ก็จะกล่าวถึงการกำเนิดจากทะเละเกษียรสมุทรคล้าย ๆ กับตำนานอื่น ๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว

 

อวตารคู่บุญบารมีแห่งองค์มหาเทพวิษณุนารายณ์

 

          พระแม่มหาลักษมี มหาเทวี เป็นพระนางในดวงพระหฤทัยของพระนารายณ์มหาเทพ และทรงมีอวตารปางใหญ่ ๆ ที่เราคุ้นเคยกันนั้น มีอยู่ไม่กี่ปาง ได้แก่

          ปางที่พระนางจุติลงมาเป็นนางสีดา เพื่อเป็นคู่บารมี (พลังศักติ) ของพระราม
          ปางที่พระนางจุติลงมาเป็น พระนางรุกมินี และ นางราธา เพื่อเป็นคู่บารมี (พลังศักติ) ของพระกฤษณะ
          ปางที่พระนางจุติลงมาเป็น พระแม่ธรณี (ธรตี มาตา) เพื่อเป็นพลังศักติของปรศุราม
          และในปางที่พระนางจุติลงมาเป็นนางกมลา เพื่อเป็นพลังศักติของพราหมณ์วามนา (วามนาวตาร, คนค่อม) เป็นต้น

 

นางผู้เป็นที่รักแห่งมหาเทพวิษณุนารายณ์

          พระแม่มหาลักษมี มหาเทวี พระนางทรงเป็นเอกอัครมเหสีของพระวิษณุ (นารายณ์) ( Narayana ) พระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นมหาเทพที่ชาวฮินดู และเหล่าสาวกผู้ศรัทธา เชื่อว่าเป็นผู้รักษาไว้ซึ่